[SF KHR!] May be, I Need You [1869]

posted on 11 May 2012 15:01 by zoar-mu in Fiction
 
Title : May be, I Need You

 

Paring : 1869

Rating : nc-15

Warning : ฟิค HBD ฮิบาริครับ จริงแล้วเฮียแกเกิดวันที่ 5 พฤษภาคมนะครับ ตอนแรกกะจะลงให้ตรงวันมันแต่ว่า เราไม่มีเวลา (แบบว่าเพิ่งไปเที่ยวกับมา เหอๆ )เลยได้มาลงวันนี้  อาจจะมั่วๆสักเล็กน้อยเพราะเรื่องนี้แต่งทิ้งไว้นานมากๆ ภาษาอาจจะไม่ค่อยสวยเรื่องก็อาจจะมึนๆงงๆไปบ้างก็ขอโทษด้วยแล้วกันนะ

 

 

 



….*~….*~….*~….*~…. 1869 BANZAI!! …. ~*….~*….~*….~*….

 

 

                เมฆา...เมฆที่ล่องลอยอยู่บนฟ้าอย่างโดดเดี่ยวไปตามใจตน  ไม่ถูกผูกมัดด้วยสิ่งใด คอยปกป้องแฟมิลี่จากจุดยืนของตน...




                ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ผม...หลงใหลในความโดดเดี่ยวนั่น...

 




                พอเริ่มเข้าเดือนพฤษภาคม อากาศเริ่มอุ่นขึ้น บรรดาบ้านเรือนสองข้างทางล้วนแต่ถูกประดับตกแต่งด้วยธงเรียงรายมากมาย เพื่อเป็นการแสดงให้รู้ว่า บ้านหลังนั้นมีเด็กผู้ชายอยู่ ธงที่มีปลาคาร์ฟ 3 สี สีดำแทนพ่อ สีแดงคือแม่ และปลาคาร์ฟสีน้ำเงินตามจำนวนลูกชาย

               

“ ธงปลาคาร์ฟ!?... ”

 

                “ อรุณสวัสดิ์ครับคุณเคียว ”

                เสียงทักทายเรียกให้เด็กหนุ่มที่มีผมและนัยย์ตาสีรัตติกาล สวมชุดกักคุรันหันไปมอง..ใช่แล้ว..ฮิบาริ เคียวยะ หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบในเวลาเดียวกันก็เป็นหัวหน้าอันธพาลที่แข็งแกร่งที่สุดของนามิโมริ

                “ หือ!?..คุซาคาเบะ ”

                “ เฮือก!!..นะ นี่เป็นรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา แล้วก็สุขสันต์วันเกิดครับ ” …พี่แกยังน่ากลัวไม่เปลี่ยน...

                “ …………. ” ....เงียบ....

                “ ................. ” …เอื้อก!..ตูคงไม่โดนกระทืบรับวันเด็กหรอกนะ..=_____= ;;

                “ จริงสิ..วันนี้...วันเด็กผู้ชาย ” ฮิบาริพูดพลางยืนมือมารับเอกสาร

                “ = [ ] = ;;; ” ..อย่าบอกนะว่าพี่แกจำวันเกิดตัวเองไม่ได้!!

 

                วันเด็กผู้ชาย..งั้นวันนี้ก็เป็นวันเกิดเรา...ฮิบาริคิด ขณะที่เขามุ่งหน้าไปที่ห้องรับแขกในโรงเรียนมัธยมต้นนามิโมริที่เป็นที่ทำงานของเขา

                ...ของไร้สาระอย่างวันเกิด เขาไม่เคยสนใจ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเกิดวันที่เท่าไร ที่จำได้ก็เพราะว่ามันตรงกับวันเด็กผู้ชายก็เท่านั้นเอง

                เอาเวลาที่ไปจำของไร้สาระพรรค์นั้น มาขย้ำพวกสัตว์กินพืชอ่อนปวกเปียกเล่นยังจะดีซะกว่า ( คือพี่แกคิดอย่างอื่นไม่เป็นเลยใช่ป่ะเนี่ย!?  ผั๊วะ!!! //me โดนทอนฟาฟาดปาก )



                “ ว่าไปแล้วชักอยากจะขย้ำขึ้นมาจริงๆ อยากเจอเจ้าหนูนั่นอีกจัง ”

               

“ ไง ฮิบาริ! ”

                “ ดีใจที่ได้เจอนะเจ้าหนู( ยิ้มกระชากใจแม่ยก 18 ) กำลังเบื่อๆเลยมาเล่นกับชั้นเอามั้ย!? ” ฮิบาริพูดพลางกระชับทอนฟา

                “ งั้นนายก็มาที่บ้านสึนะสิ เห็นสึนะบอกว่าอยากเล่นกับนายนะ ” รีบอร์นตอบ “  ชั้นไปล่ะ แล้วเจอกัน ”



                ...เจ้าสัตว์กินพืชนั่นน่ะหรอ..ก็น่าสนุกดี...( แม่ยก 1827 รอไปก่อนนะครับ ย้ำ 1869 ครับ คอนเฟิร์ม!!)

 

                ทางด้านบ้านซาวาดะ

                “ นายหายไปไหนมาน่ะรีบอร์น ทางนี้วุ่นวายจะแย่ ” สึนะพูดเมื่อเห็นรีบอร์นกลับมา ในขณะที่คนอื่นๆกำลังช่วยกันจัดเตรียมของต่างๆสำหรับงานที่กำลังจะมีขึ้น

                “ หน้าที่เตรียมสถานที่มันเป็นงานของเบ้อย่างนายเฟ้ย!! ” พูดจบก็ซัดเข้าไปสุดแรง

                “ ผั๊วะ!! ”

                “ อ็อก!! ”…เจ้าบ้ารีบอร์น  ซัดเข้ามาได้ อูย~...



                “ เป็นอะไรมั้ยครับรุ่นที่ 10 !! ” โกคุเดระที่กำลังประดับสายรุ้งอยู่รีบวิ่งเข้ามาดู

                “ 555 เจ้าหนูนี่เจ๋งไปเลยแฮะ!! ” ยามาโมโตะพูดขณะยกถาดขนมมาวาง

                “ แกน่ะเงียบไปเลย ไอ้บ้าเบสบอล! ”

                “ เอาน่าๆ ^[- - -]^ ”

 

                “ บรื้นนน~ ..เอี๊ยดด!! ( โห~ เสียงรถตู ) ” เสียงของยานพาหนะขับเคลื่อนเข้ามาใกล้และจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้านซาวาดะ ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของจะก้าวลงมาจากมอเตอร์ไซค์



                “ ท่าทางจะมาแล้ว ”

                “ เอ๋~ ~!!? ”

                “ แขกคนสำคัญยังไงล่ะ ” ยามาโมโตะพูดอย่างอารมณ์ดี

 

                “ ไง ”

                “ ฮิบาริ!!! ” ...นี่ขนาดวันหยุดประจำปีอย่างวันเด็กผู้ชาย พี่แกยังใส่ชุดนักเรียนอีกหรอเนี่ย!?...

                “ รออยู่เลย ฮิบาริ ” รีบอร์นพูดขณะเดินไปต้อนรับกรรมการคุมกฎแห่งนามิโมริ



                “ พวกนายรวมกลุ่มกันทำอะไร มารวมกลุ่มต่อหน้าชั้น…. เดี๋ยวก็ขย้ำซะหรอก!! ” ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้เข้ากับคำพูด ทำเอาคนฟังพากันกลืนน้ำลายดังเอื้อก!!

                “ หนอยแน่ แก!! ถ้าทำได้ก็ลองดูเซ่!! ” โกคุเดระทำท่าจะเข้าไปฟาดปากกับฮิบาริจนยามาโมโตะต้องรีบเข้ามาล็อคตัวไว้

                “ คนก็สุดหูรูดด~ ! งานก็สุดหูรูด! เรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่า!! ”

                “ เริ่มอะไรของแก ห๊ะ!! เจ้าหัวสนามหญ้า!!”

                “ ก็ทำแบบที่เตรี๊ยมกันไว้ไงเล่า เจ้าหัวปลาหมึก ( >[ ]<^^^ : หน้าโกคุครับ 55+ ) เอาล่ะนะทุกคน~~~ ”



                ฮิบาริยกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจก่อนกระชับทอนฟาในมือ ( เพื่อ!!? @o@ )





                “ 3 !!! 

 




                “ 2 !! ”

 




                “1 ! 





                “ ปัง! ปัง!  สุขสันต์วันเกิด!!!!  ปัง! ปัง! ปัง! ”   “ ผั๊วะ!!!!? ”

               





“ ……….. ”

                “ -____- !! ”

                “ o__O ! ”

                “ OoO ! ”

                “ = [ ] = ; ”




                ฮิบาริที่ตอนนี้ตามตัวเต็มไปด้วยริบบิ้นและสายรุ้งระโยงระย้าเต็มไปหมด กวาดสายตามองไปรอบๆอย่างฉงน



                “ โอ๊ย~ ทำไมชั้นถึงโดนทอนฟาฟาดอยู่คนเดียวล่ะ!? T^T ” สึนะครางขึ้นมาในขณะที่ยามาโมโตะช่วยพยุงให้ลุกขึ้น

                “ ก็เจ้าหนูบอกว่านายอยากเล่นกับชั้น ? ”

                “ ห๋า!!!? อะไรนะ!!!?  ผม ปะ เปล่าๆ นะครับคุณฮิบาริ  เรื่องนี้ผมไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆน้าาาาาาา ” …แกนะแก..เจ้าบ้ารีบอร์น T^T ( สงสารทูน่าจังครับ 55+ )

                “ แกทำอะไรรุ่นที่10 ห๊ะ!!? ” โกคุเดระพูดขึ้นอย่างโมโหทำท่าจะเข้าไปฟาดปากกับตนที่มาทำร้ายรุ่นที่ 10 ของเขา

                “ ไม่ใช่นะฮิบาริ พวกเราจัดงานวันเกิดให้นายต่างหากล่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ” ยามาโมโตะพูดพลางยกเค้กออกมา

                “ วันนี้วันเกิดผู้พิทักษ์แห่งเมฆาทั้งที ก็ต้องฉลอกกันหน่อยตามประสาแฟมิลี่เดียวกัน ” รีบอร์นพูดอย่างอารมณ์ดี “ น่าเสียดายที่ผู้พิทักษ์แห่งหมอกไม่อยู่ด้วย ”

                “ เย้ !ๆ  เย้~ ~ เค้กล่ะๆ คุณแรมโบ้ชอบกินเค้กที่สุดดด  สึนะ มากินเค้กกัน >O< ”

                “ หนวกหู!! เจ้าวัวบ้า! ”

 

                “ โหววกเหวก โวยวาย กรี๊ดๆ วี๊ดว๊าย เจี๊ยวจ๊าว ” ( คำบรรยายผม T^T สิ้นคิดจริงๆ )

 




                “ ชักจะหงุดหงิดแล้วสิ ขอฆ่า...เลยได้มั้ย!? ” ฮิบาริพูดเสียงเย็น กระชับทอนฟาในมือ

                “ เฮ้ย!!!? ”




                “ ก็กะว่าอย่างนั้น...น่าเสียดายนะงานของกรรมการนักเรียนมีเป็นกอง ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หมุนตัวกลับไปขึ้นมอเตอร์ไซด์คู่ใจก่อนจะขับออกไป โดยมีฮิเบิร์ดบินตาม

                “ อ้าว!?..ไปซะแล้ว ”

 



……………………///////////////////////////////////////////////…………………

 



                “ คุซาคาเบะ อย่าให้ใครมาแถวนี้ล่ะ ”

                “ ครับ! ตามสบายครับคุณเคียว ”







                หลังจากที่เคลียร์งานคณะกรรมการที่มีเป็นกองพะเนินจนเรียบร้อยแล้ว ฮิบาริจึงมาพักที่ดาดฟ้าของโรงเรียน ด้วยความที่มันเป็นสถานที่ที่เงียบและไม่มีคนมา จึงเหมาะให้คนที่เกลียดการรวมกลุ่มอย่างเขามาพักผ่อนเป็นที่สุด



                “ ฮิบาริ ฮิบาริ  สุขสันต์วันเกิด  ฮิบาริ ” นกสีเหลืองตัวเล็กบินมาเกาะที่เจ้านายของมันอย่างรักใคร่

                อากาศอุ่นสบายของเดือนพฤษภาทำให้เขาผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว





............................................




                “ คึ~ หึ หึ หึ ยังไม่ชอบรวมกลุ่มเหมือนเดิมเลยนะครับ ” ( โผล่มาซะทีนะลูกพ่อ 55+ )



                “ หือ!? ” ฮิบาริรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงที่เหมือนจะกระซิบอยู่ข้างหู เมื่อเขาลุกขึ้นมาก็พบว่าบริเวณรอบๆตัวถูกปกคลุมไปด้วยหมอก



                “ หมอกรึ!? ” …สายหมอก..เขาไม่ค่อยชอบเท่าไรนักหรอกเพราะมันทำให้เขานึกถึง เจ้าสัตว์กินพืชนัยย์ตาสองสีที่เป็นผู้ใช้มายาที่เขาเกลียดสุดๆ   เจ้านั่น...

 

                “ !!!? ” …กลิ่นหอมๆนี่..ซากุระ!!

                หมอกรอบตัวฮิบาริค่อยๆจางหายไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มไปหมด

 





                “ ไม่ได้เจอกันนานนะครับ คุ~ ฟุฟุ”

                “ จำไม่ได้รึไง ซากุระน่ะ ไม่มีผลกับชั้นอีกแล้ว ” ฮิบาริพูดนัยย์ตาสีนิลจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันตรงหน้า...โรคุโด มุคุโร่



                “ เรื่องนั้นผมทราบครับ ^ ^ ” เด็กหนุ่มเจ้าของนัยย์ตาสองสีกำลังส่งรอยยิ้มยียวนมาให้เขา

                ...แต่คุณคงจำไม่ได้...ดอกซากุระ ในตอนที่ผมกับคุณพบกันครั้งแรก... ( ตอนที่ 63 จำกันได้มั้ยครับ^^ )



                “ ………. ” ...เจ้าพืชไร่นี่  มาทำอะไรที่นี่กัน..ฮิบาริคิด...ถ้าเขาจำไม่ผิดเจ้าหนูเคยบอกว่า เจ้าพืชไร่ถูกขังอยู่ที่คุกของวีดีเช่ แล้วมุคุโร่คนนี้...

                “ ภาพลวงตารึ!? ” คิ้วสวยได้รูปของฮิบาริขมวดเป็นปม จนคนตรงหน้าต้องหัวเราะออกมา



                “ อุตส่าห์ได้เจอกันทั้งที ทำหน้าให้มันดีใจกว่านี้ไม่ได้หรอครับ หึ หึ หึ ” มุคุโร่เห็นว่าคนตรงหน้ายังคงตีหน้ายักษ์ใส่เค้าอยู่ จึงยิ้มออกมาอย่างถูกใจ...การได้กวนอารมณ์คนตรงหน้าเป็นสิ่งที่เค้าชอบมากที่สุด

                “ ภาพมายาคือผม ผมก็คือภาพมายา คุณคิดว่าผมคืออะไรผมก็คือสิ่งนั้นล่ะครับ ”



                …เจ้าสับประรดนี่..

                “ ไม่พูดแล้ว ชั้นจะขย้ำนายให้ตาย ”



                “ ผมไม่ได้มานี่ เพื่อฟาดแข้งกับคุณหรอกนะครับ ^^ ”

                “ …………. ”

                “ คุณน่าจะอยู่ฉลองกับเพื่อนคุณสักหน่อยนะ ”

                “ เพื่อน!?...ของไร้สาระ  การรวมกลุ่มของพวกอ่อนแอแบบนั้น ไม่จำเป็นสำหรับชั้น ”

 




                …นั่นสินะครับ...เมฆ ที่ล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวไปตามใจตนอย่างคุณ..คงไม่ต้องการการผูกมัดใดๆ..แม้แต่คนที่จะคอยอยู่เคียงข้างอย่างนั้นหรือ ?...

                เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ เมื่อต่างคนต่างเงียบ ฮิบาริมองมุคุโร่ที่กำลังควานหาอะไรบางอย่างตามกระเป๋าบนเสื้อผ้า



                ...เจ้าพืชไร่นี่ทำอะไรของมัน?...



                “ อ๊ะ! เจอแล้ว ”

                สิ่งที่มุคุโร่หยิบออกมาทำให้ฮิบาริแปลกใจ...ธงปลาคาร์ฟกับกล่องอะไรสักอย่าง ( ยัดไว้ตรงไหน -*- )




                “ คุณทำหน้าเหมือนกับจะถามว่า ผมเอาของสองอย่างนี่มาทำไม ” มุคุโร่พูดพลางเดินมาหาฮิบาริที่ตอนนี้กำลังนั่งลงกับพื้นอย่างไม่สนใสอีกฝ่าย  “ ของฝากไงครับ ก็วันนี้วัน..เด็กผู้ชาย ”
                “ ไม่เอา!! ”





                “ ทำไมล่ะครับ!? นี่น่ะ ผมเอามาให้คุณโดยเฉพาะนะครับ แล้วเค้กนี่.. ” มุคุโร่หยุดพูดสังเกตท่าทีตอบสนองของอีกฝ่าย  ผลก็เป็นไปตามคาด คิ้วสวยได้รูปบนใบหน้าหล่อจัดนั้นกำลังผูกกันเป็นโบว์อย่างสวยงาม



                ...เจ้าพืชไร่นี่ต้องการอะไรกันแน่..คิดจะยั่วเขารึไง?... ( ยั่วโมโหนะครับ อย่าคิดมากกัน เหอๆ )




                “ ผมบังเอิญรู้มาว่าคุณไม่ชอบของหวาน นี่เค้กผลไม้ครับ คุณน่าจะชอบ.. ”

                “ ……….. ” ฮิบาริไม่ตอบ แต่จากสายตาก็บอกได้ว่า เขาไม่กินเด็ดๆ  ทำให้มุคุโร่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ





                “ ของที่ไม่ลอง มันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าเป็นยังไง ” มุคุโร่พูดก่อนจะตักเค้กเข้าปากตนแล้วก้มลงประกบริมฝีปากคนที่นั่งอยู่ ปลายลิ้นส่งผ่านเนื้อเค้กเข้าไปในปากของอีกฝ่าย

                “ เป็นไงครับ? ^^ ” เจ้าของใบหน้าขาวสวยละริมฝีปากออกมา แล้วยืนส่งยิ้มมาให้เขา

 



                “ …หวาน...” รสหวานอมเปรี้ยวนี่...สับประรด

                “ อีกสักหน่อย..มั้ยครับ?... ”





                ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ มือหนาคว้าแขนอีกฝ่ายให้ก้มลงมารับสัมผัสที่เขากำลังจะมอบให้ ริมฝีปากสวยได้รูปขบเม้มริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายก่อนที่ลิ้นเรียวจะสอดเข้าไปหาความหวานจากอีกฝ่าย ซึ่งตอบรับเขาเป็นอย่างดี จนเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเริ่มจะขาดอากาศหายใจ เห็นได้จากมือเรียวของร่างบางตรงหน้าที่ดันตัวเขาออกเบาๆ





                ฮิบาริถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ความหวานที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นและความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ก็ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นจากสัมผัสเมื่อครู่




                “ รู้สึกว่า ร่างนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน คงจะอยู่ได้ไม่นานเท่าที่คิด หึ! ” มุคุโร่พูดด้วยเสียงที่ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ พลางถอยไปพิงราวกั้นดาดฟ้าเพื่อหาที่ยึด

                “ ………? ”




                “ รู้สึกว่าคุณจะตัวสูงขึ้นนะครับ แต่ยังไงผมก็สูงกว่าอยู่ดี( ถึงจะนิดหน่อยก็เถอะ ) ”

                คำพูดของอีกฝ่ายเรียกใบหน้าบึ้งตึงจากเด็กหนุ่มผมดำ ก่อนที่เจ้าตัวจะยิ้มออกมาอย่างแล้วพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน




                “ เรื่องส่วนสูง เวลานอนมันก็ไม่ต่างกันนักหรอก ไม่ใช่ปัญหา( ยิ้มกระชากใจแม่ยกอีกรอบ 55+ )”

                “ คึ~ หึ หึ หึ ผมเหลือเวลาอีกไม่มาก ผมมาที่นี่ก็เพื่อมอบของสิ่งหนึ่งให้คุณ ”




                …ขอเวลาอีกหน่อยนะ...ผมอยากอยู่กับคนตรงหน้าให้นานกว่านี้...คนที่เขาต้องการมาพบที่สุด

 



                “ ………? ”




                “ ของขวัญยังไงล่ะครับ ส่วนคุณจะอยากได้หรือไม่นั้น... ” มุคุโร่เลื่อนเข้ามาใกล้กับฮิบาริ แขนสองข้างโอบรอบคอของอีกฝ่าย ริมฝีปากขบเบาๆที่ใบหูราวกับจะหยอกล้อ ร่างบางบดเบียดเข้าหาคนตรงหน้า “ ก็แล้วแต่คุณ..คุณจะปฏิเสธมันก็ได้นะครับ ”





                สิ้นคำ ฮิบาริก็ดันร่างบางตรงหน้าออกจากตัวเขา





                “ ..ปฏิเสธ..สินะครับ... ” รอยยิ้มยังคงมีบนใบหน้าเสมอ หากแต่ภายในนั้นทั้งเจ็บ..ทั้งอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก




                “ ครั้งแรก..นายใช้ซากุระเล่นงานชั้น  เรามาชำระหนี้เก่ากันดีกว่า ”



                คำพูดของฮิบาริทำให้มุคุโร่เลิ้กคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ...คุณ..ยังจำมันได้...( โดนซะงอมขนาดนั้นใครมันจะจำไม่ได้ฟร้า~ 55+ )




                “ แล้วอีกอย่าง..ชั้นไม่ชอบถูกทำอยู่ฝ่ายเดียว ชั้นจะขย้ำนาย เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ เจ้าพืชไร่! ”



                “ ………. ” มุคุโร่เงียบไปสักพักก่อนจะยิ้มยียวนออกมา “ ถ้าทำได้ ก็ลองดูสิครับ ผมน่ะ..เก่งกว่าคุณนะ ^^ ”

                “ โกหก ”

                “ ไม่เชื่อ...ก็พิสูจน์สิครับ ” เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูอีกฝ่าย






 

                …เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาหลงใหล  ต้องการความจริงจากสิ่งที่เหมือนจะมีตัวตนแต่กลับไม่มี  สิ่งที่เหมือนจะไม่มีแต่กลับมี  หลงใหลในภาพลวงตาที่ยากจะจับต้องนั่น...สายหมอก




                เมฆอย่างเขามีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวล่องลอยไปตามใจตน เขาไม่ชอบการผูกมัด แต่เขากลับ..ต้องการคนๆนี้..คนที่แตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงคนนี้..โรคุโด มุคุโร่



                เพราะอะไรกัน!?



                ...เขาไม่รู้..บางทีคนเราก็หาคำตอบให้กับการกระทำของตัวเองไม่ได้ และเขาก็ไม่คิดที่จะเสียเวลามานั่งหาคำตอบ





                ริมฝีปากสวยได้รูปของฮิบาริประทับลงบนริมฝีปากเรียวบางของอีกฝ่าย มอบจูบอันเร่าร้อนให้ ลิ้นเรียวควานหาความหวานจากอีกฝ่ายซึ่งก็จูบตอบกลับมาเป็นอย่างดี ปลายลิ้นเกี่ยวกวัด ร่างสองร่างบดเบียดเข้าหากัน ราวกับโหยหาซึ่งกันและกัน






                ฮิบาริถอนริมฝีปากออก มือหนาลูบไล้สะโพกมนของอีกฝ่าย การรุกรานยังคงมีต่อไป กระดุมเสื้อทุกเม็ดค่อยๆถูกปลดออก เผยให้เห็นผิวกายขาวเนียนน่าสัมผัส ริมฝีปากร้อนชื้นประทับจูบที่ริมฝีปากก่อนจะเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาวเนียน เนินอก ขบเม้มสร้างรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้ทุกที่ที่สัมผัส มือหนาลูบไล้สัมผัสผิวกายก่อนจะเลื่อนลงต่ำครอบครองส่วนอ่อนไหวของร่างบางตรงหน้า ก่อนที่มือจะเริ่มทำหน้าที่ การขยับเป็นจังหวะเรียกเสียงครางหวานจากร่างบาง




                “ อ่ะ...อ้า!... ” ร่างบางครางออกมา ร่างกายกระตุกเล็กน้อยเมื่ออารมณ์ของตนได้รับการปลดปล่อย




                ฮิบาริยิ้มออกมาอย่างถูกใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะรั้งเอวบางเข้ามาชิดกับตนยิ่งขึ้น พลางสอดใส่นิ้วมือของตนเข้าไปยังช่องทางคับแคบด้านหลัง เพื่อเป็นการเบิกทาง ก่อนจะขยับเข้าออก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะปรับตัวได้เขาจจึงค่อยๆเพิ่มนิ้วทีล่ะนิ้วจาก 1 เป็น 2 ...





                “ อ๊ะ! อึก!...อื้ออ ”



                “ ไง  ไหนว่าเก่ง  แค่นี้พูดไม่ออกซะแล้ว? ” ฮิบาริยิ้ม ขณะกดร่างอีกฝ่ายลงกับพื้น




                “ ใครว่าล่ะครับ แค่นี้น่ะผมยัง...อ๊ะ! ..อ๊า! ” ร่างบางแทบจะร้องออกมาไม่เป็นคำเมื่ออยู่ๆ ฮิบาริก็ดึงนิ้วออก ก่อนจะสอดแทรกความเป็นเขาเข้ามาออย่างไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับขยับเข้าออกเป็นจังหวะ ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปรับตัว




                “ อ่ะ..อ๊ะ....อ๊า~.. ” เสียงครางหวานทำให้ฮิบาริยิ้มอย่างพอใจ ใบหน้าขาวสวยที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมองซุกอยู่กับแผงอกแกร่งของคนตรงหน้า แขนโอบกอดอีกฝ่าย นิ้วเรียวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเพื่อระบายอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นจากจังหวะด้านล่างที่เริ่มเร็วและรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่สัมผัส





                ริมฝีปากเรียวบางถูกครอบครองอีกครั้ง เมื่อใกล้มาถึงจังหวะสุดท้าย การสอดใส่ครั้งนี้ลึกและรุนแรงกว่าทุกครั้ง ก่อนที่อารมณ์ของทั้งคู่จะถูกปลดปล่อยแทบจะพร้อมๆกัน.....





                แขนของมุคุโร่ตกลงมาวางอยู่บนพื้น เจ้าตัวมองสบกับนัยย์ตาสีรัตติกาลของอีกฝ่ายที่บัดนี้ฉายชัดออกมาถึงความรู้สึกทุกอย่าง



                ...ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด...หากแต่ทุกอย่างรับรู้ได้จาก นัยย์ตาและการกระทำ...รัก..




                ริมฝีปากเรียวบางยิ้มออกมา มือเรียวค่อยๆยกขึ้นสัมผัสใบหน้าอีกฝ่าย




                “ ผมรอวันนี้มาตลอด วันที่เมฆที่ลอยอยู่สูงไปตามใจอย่างคุณ จะมองลงมา..สุขสันต์วันเกิดครับ เคียวยะ ”

 





                …สายหมอก..ที่ลอยต่ำ เฝ้ามองดูเมฆที่ล่องลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่อันแสนไกล เผื่อว่าสักวัน มันจะมีโอกาสได้อยู่เคียงข้าง..แม้เพียงไม่นานก็ตาม..




                ฮิบาริแย้มรอยยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากนักจาก ฮิบาริ  เคียวยะ คนนี้...รอยยิ้มที่อ่อนโยน..แก่สายหมอก ...รอยยิ้ม..ที่มีพียงเขาเท่านั้นที่ได้เห็น




                ริมฝีปากสวยได้รูปประทับลงมา มือซุกซนเริ่มลูบไล้สะโพกมนอีกครั้ง



                “ อ๊ะ !!?  ทำอะไรครับ!? ”

                “ มันไม่จบแค่ครั้งเดียวหรอกนะ  หมดแรงแล้วรึไง? ”


                …รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั่นดูราวกับ ‘ ซาตานในคราบเทพบุตร ’ ...แต่ทำไงได้ เขาชอบรอยยิ้มแบบนี้ของคนตรงหน้าที่สุดนี่       “ ใครว่าล่ะครับถ้าเป็นคุณ จะกี่ครั้ง..ก็ได้ครับ! ”



                วงแขนเรียวโอบรอบคออีกฝ่ายก่อนโน้มลงมารับจุมพิตแสนหวานที่เขามอบให้




                ...ไม่ว่าเมื่อไหร่...ถ้ากับคนๆนี้ล่ะก็...

 


.........................................



............................




.............



....






                ฮิบาริรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ก็เป็นเวลาเริ่มเย็นแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ทั่วทั้งท้องฟ้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มไปหมด

                เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะอ้าปากหาวน้อยๆ นึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



                ...ฝัน...รึว่าภาพลวงตา?...


                “ ฮิบาริ   ฮิบาริ ” เสียงร้องเรียกจากนกตัวจ้อยทางด้านข้างทำให้เขาต้องหันไปมอง



                นกตัวเล็กกำลังเอาหัวเล็กๆของมันดันของบางอย่างมาให้เขา  บางอย่าง..ที่ดูเหมือน..



                “ ธงปลาคาร์ฟ.. ”

                …ริมฝีปากสวยได้รูปแย้มรอยยิ้มออกมา...เจ้าพืชไร่นั่น...

 



                ...ผมรักคุณนะครับ...เมฆาของผม..คึ~ หึ หึ หึ~ ...

               

               




               

\(^O^)/ … /(^.^)\ … \(^O^)/ ….จบแล้วคร้าบบบ ...  \(^O^)/ … /(^.^)\ … \(^O^)/ 

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหมอกจะเคียงข้างเมฆตลอดไปครับ เพราะทั้งสองมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน ต่างกันก็ตรงที่สถานที่อยู่ หมอกได้แต่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่ความสูงระดับผิวดิน เฝ้ามองดูเมฆที่ลอยอยู่สูงกว่าจากที่ของมัน

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ทั้งเมฆและหมอกต่างก็ล่องลอยอย่างอิสระไปตามใจตน ไม่ถูกผูกมัดด้วยสิ่งใด ความสัมพันธ์ระหว่างเมฆและหมอกจึงเป็นอะไรที่ผมชอบมากครับ

                1869 บันไซ!!!!

 

edit @ 10 Aug 2012 23:36:39 by อามิว